วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่11

การกำหนดมาตรฐานคุณภาพของครูในการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ครูจะต้องทำกิจกรรม 7 อย่างคือ 1) การวิเคราะห์หลักสูตร 2) การวิเคราะห์ผู้เรียน 3) การจัดกิจกรรมที่หลากหลาย  4) การใช้เทคโนโลยีเป็นแหล่งและสื่อการเรียนรู้ของตนเองและนักเรียน  5) การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงอย่างรอบด้านและเน้นพัฒนาการ 6) การใช้ผลการประเมินเพื่อแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ  7) การใช้การวิจัยปฏิบัติการในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการสอนของตน      จากประเด็นดังกล่าว นักศึกษาจะนำวิธีดังกล่าวมาจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร เมื่อนักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  (ข้อสอบ 20 คะแนน) ยกตัวอย่างออกแบบการจัดการเรียนรู้
ในการจัดการเรียนการสอนในระบบใดก็ตาม บทบาทหน้าที่หลักของผู้สอนไม่แตกต่างกัน ตั้งแต่การออกแบบระบบการเรียนการสอน การเตรียมเนื้อหา การเลือก/ผลิตสื่อ การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสร้างบรรยาศในชั้นเรียน การสร้างปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน-ผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนด้วยกันเองการวัดและประเมินผล แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ เทคนิค และวิธีดำเนินการแต่ละขั้นตอนที่จะต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการเรียนการสอน ที่แตกต่างกันในแต่ละระบบ
1.การวิเคราะห์หลักสูตร  เป็นการพิจารณารายละเอียดของจุดมุ่งหมายและเนื้อหา แล้วพิจารณาความสัมพันธ์ทั้งจุดมุ่งหมายและเนื้อหาเพื่อนำมาวางแผนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและการสอบ
2.การวิเคราะห์ผู้เรียน
เป็นการวิเคราะห์ลักษณะผู้เรียนเพื่อที่ผู้สอนจะได้ทราบว่าผู้เรียนมี ความพร้อมในการเรียนมากน้อยเพียงใดทั้งนี้เพราะการที่จะใช้สื่อให้ได้ผลดีย่อมจะต้องเลือกสื่อให้มีความสัมพันธ์กับลักษณะผู้เรียน ดังนั้นผู้สอนจะต้องคำนึงถึงลักษณะทั่วไปและลักษณะเฉพาะของผู้เรียน
3.การจัดกิจกรรมที่หลากหลาย
             
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ หมายถึง การจัดกิจกรรมโดยวิธีต่าง ๆ อย่างหลากหลายที่มุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงเกิดการพัฒนาตนและสั่งสมคุณลักษณะที่จำเป็นสำหรับการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมของประเทศชาติต่อไป
4 .การใช้เทคโนโลยีเป็นแหล่งและสื่อการเรียนรู้ของตนเองและนักเรียน 
การเลือกสื่อการสอนเพื่อนำมาใช้ประกอบการสอนเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง
การใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ใช้สื่ออย่างเดียวและสามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความคิดที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็วต่อการทำงาน



5 การวัดและประเมินผลตามสภาพจริงอย่างรอบด้านและเน้นพัฒนาการ
การวัดและประเมินผลเป็นส่วนสำคัญของการจัดการเรียนการสอน  การวัดและประเมินผลจึงต้องปรับเปลี่ยนไป ให้มีลักษณะเป็นการประเมินผลที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และประเมินผลตามสภาพจริงด้วย
          การประเมินผลตามสภาพจริง เป็นการประเมินผลผู้เรียนรอบด้านตามสภาพจริงของผู้เรียน มีลักษณะสำคัญ
6 การใช้ผลการประเมินเพื่อแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพ
  1.เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงในการเรียนการสอนในครั้งต่อไป
 2. เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผลการเรียนหรือกิจกรรมระหว่างเรียนทุกครั้ง
3. เพื่อรายงานผลการประเมินให้ผู้ปกครองและตัวนักเรียนเองได้ทราบเป็นรายๆ
 4.เพื่อทราบจุดอ่อน จุดแข็งของผู้เรียน
5.  เพื่อนำผลการเรียนไปปรับปรุงในครั้งต่อไปได้ถูกต้องตรงประเด็น
7 การใช้การวิจัยปฏิบัติการในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการสอนของตนเอง
การทำวิจัยในแต่ละครั้งจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายซึ่งมีวิธีการดังนี้
1.ปัญหาในการวิจัย
2.สาเหตุของปัญหา
3.การแสวงหาแนวทางการแก้ปัญหา
4.การพัฒนานวัตกรรม
5.การนำนวัตกรรมที่สร้างขึ้นมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียน
6.ผลการใช้นวัตกรรม
วิธีการเหล่านี้จะทำให้โครงการหรือการพัฒนานวัตกรรมงานต่างๆบรรลุไปได้ด้วยดี
ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ พระพุทธศาสนากับการพัฒนาชีวิต            เวลา  2    ชั่วโมง
รายวิชาสังคมศึกษา  ศาสนาและวัฒนธรรม (ส31101)   ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม                                   เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ
มาตรฐานที่     1.2 ,1.3                              มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่    1.1.2,1.2.2,1.3.2                                              
_____________________________________________________________________
1.    สาระสำคัญ
                พุทธศาสนิกชนยึดพระพุทธศาสนาเป็น  แนวทางในการดำเนินชีวิต  ในฐานะชาวพุทธมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อพระพุทธศาสนา โดยการเรียนรู้วิถีชีวิตของพระภิกษุ การปฏิบัติอย่างเหมาะสมทั้งกายวาจาใจ ต่อพระสงฆ์ ตลอดการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาและการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
ทำให้มีความรู้ความเข้าใจและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

2. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
                รู้และเข้าใจและสามารถปฏิบัติตนตามหน้าที่ชาวพุทธที่ดีได้
                ด้านความรู้
                            บอกหน้าที่ชาวพุทธและปฏิบัติตนชาวพุทธที่ดีได้
                ด้านทักษะ/ กระบวนการ
             1.  ปฏิบัติตนตามหน้าที่ชาวพุทธที่ดีได้ 
             2 .  กระบวนการกลุ่ม
                ด้านคุณลักษณะของผู้เรียน
             สามารถปฏิบัติตนในฐานะหน้าที่ชาวพุทธที่ดี และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

 3. สาระการเรียนรู้
                3.1  หน้าที่ชาวพุทธ
                3.2  การเรียนรู้วิถีชีวิตของพระสงฆ์
                3.3  ทิศ 6 มิตรแท้  มิตรเทียม
   3.4   การร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา
   3.5  การเข้าร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา                      


4. ชิ้นงาน/หลักฐานการเรียนรู้เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
      1. ใบความรู้ เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
      2.  ใบงาน ที่ 1  เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
5. การบูรณาการ
                   การบูรณาการแบบสอดแทรกคุณธรรม

6. กระบวนการจัดการเรียนรู้

(ชั่วโมงที่  1  )
1.  ครูและนักเรียนสนทนาถึงการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนา  ว่านักเรียนเคยร่วมกิจกรรมบ้างหรือไม่
2.  ครูแจ้งผลการเรียนรู้ที่คาดหวังว่า  รู้และเข้าใจและปฏิบัติตนหน้าที่ชาวพุทธที่ดีได้
   3. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน  เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ จำนวน 10 ข้อ
   4.  ครูแจกใบความรู้เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
   5.  นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ  6 คน ให้แต่ละกลุ่มเลือกหัวหน้ากลุ่มและเลขากลุ่มและมอบหมายงานดังนี้
      กลุ่มที่  1  ศึกษาเรื่องความหมายของชาวพุทธและการเรียนรู้วิถีชีวิตของพระภิกษุ
      กลุ่มที่  2  ศึกษาเรื่องการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ทางกาย
      กลุ่มที่  3  ศึกษาเรื่องการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ทางวาจา
      กลุ่มที่  4  ศึกษาเรื่องการปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ทางใจ
      กลุ่มที่  5  ศึกษาเรื่องทิศเบื้องซ้ายทิศ 6
      กลุ่มที่  6  ศึกษาเรื่องมิตรแท้มิตรเทียม
      กลุ่มที่  7  ศึกษาเรื่องการร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา
      กลุ่มที่  8  ศึกษาเรื่องการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ
  6. นักเรียนแต่ละคนลงมือปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายพร้อมสรุปความรู้ลงสมุดและนำเสนอในชั่วโมงต่อไป  พร้อมแจกใบงานที่ 1 เรื่องหน้าที่ชาวพุทธให้นักเรียนทำเพิ่มเติมนอกเวลาเรียน                                               

( ชั่วโมงที่  2 )
   1.  นักเรียนสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย  และครูซักถามถึงเนื้อหาสาระที่นักเรียนไปสรุปมาจากใบความรู้เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ ว่านักเรียนได้เรียนรู้อะไรบ้าง
     2.  นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนองานหน้าชั้นเรียน  พร้อมทั้งครูสรุปเนื้อหาเพิ่มเติมให้นักเรียนพร้อมกับเฉลยใบงานที่ 1 เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
   3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน 10 ข้อ เรื่อง หน้าที่ชาวพุทธ
7.สื่อ/แหล่งเรียนรู้
   1.  ใบความรู้เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
   2.  ใบงานที่ 1  เรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
                3. แบบทดสอบก่อนเรียน -  หลังเรียนเรื่องหน้าที่ชาวพุทธ
                5. อินเตอร์เน็ต
                6. ห้องสมุด










8. การวัดและประเมินผล
               
             สิ่งที่ต้องการวัด
   วิธีวัดผล
 เครื่องมือ
           เกณฑ์
1. ความรู้(K)
                บอกหน้าที่ชาวพุทธและปฏิบัติตนชาวพุทธที่ดีได้



-  ทดสอบ
-  ตรวจใบงาน


- แบบทดสอบ
- ใบงาน

-  ผ่านเกณฑ์ 50%
2.ทักษะ/ กระบวนการ(P)
  ปฏิบัติตนตามหน้าที่ชาวพุทธที่ดีได้ 

-  สังเกตพฤติกรรมกลุ่ม

-  แบบสังเกตพฤติกรรมกลุ่ม

- เข้าร่วมกิจกรรมทุกครั้ง
- ผ่านระดับคุณภาพ
3.คุณลักษณะผู้เรียน(A)
              สามารถปฏิบัติตนในฐานะหน้าที่ชาวพุทธที่ดี และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้


-  บันทึกพฤติกรรม


-  แบบบันทึกพฤติกรรม


- มีพฤติกรรมที่แสดงถึงหน้าที่ชาวพุทธที่ดี  อย่างน้อย
 2 ครั้ง











วันเสาร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่10

 1. กรณีเขาพระวิหาร
 ปัญหาแรกเริ่มก็คือการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกอย่างเช่นฝรั่งเศสที่ยึดกัมพูชาไปจากไทยเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่  2  จบลง  ฝรั่งเศสหมดอำนาจลง   กัมพูชาเป็นอิสระปกครองตนเองอย่างสมบูณ์
             อย่างไรก็ตามปัญหาที่ตามมาสำหรับประเทศไทยและกัมพูชาที่ยืดเยื้อมายาวนานคือสิทธิในดินระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ยังพิพากษ์กันอย่างต่อเนื่องนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
โดยประเทศไทยต้องเสียเขาพระวิหารและดินแดนบริเวณที่ตั้งของเขาพระวิหารใน ช่วงที่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2505 ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้ตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา และมีปัญความขัดแย้งมาโดยตลอดในเรื่องของพื้นที่ทับซ้อนที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ จนกระทั่ง 2-3ปีที่ผ่านมาความขัดแย้งเริ่มทวีความรุนแรง ขึ้นเมื่อกัมพูชาพยายามผลักดันเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ซึ่งรวมถึงพื้นที่บริเวณข้างๆเขาพระวิหารที่ด้วยมีปัญหาคือพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ พิพาทกันอยู่ ต่อมาในช่วงที่ผ่านมาเกิดการปะทะกันทหารไทยบาดเจ็บ 1นายจากการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างไรก็ตามไทยยังใช้วิธีการประณีประนอมเจรจาเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลุกลาม

            2.กรณีพื้นที่ชายแดน จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์  จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดสระแก้ว ตราด เกาะกรูด ทะเลในอ่าวไทย
การใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 จะทำให้เส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเปลี่ยนแปลงไป
      
       กล่าวคือ กัมพูชาเริ่มเปิดเกมรุกด้านดินแดนกับพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่กัมพูชาต้องการครอบครองด้วยการนำปราสาทพระวิหารไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก จากนั้นเมื่อขึ้นมรดกโลกสำเร็จเส้นเขตแดนก็จะเปลี่ยนแปลงไป เพราะส่งผลทำให้ไทยต้องสูญเสียพื้นที่ 1.5 ล้านไร่ โดยกินพื้นที่ตั้งแต่อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตามขอบชายแดนตลอดไป จนถึงจันทบุรีและตราด
      
       ที่สำคัญคือ ประเทศไทยและกัมพูชายังมีการประกาศอ้างสิทธิเขตไหล่ทวีปในอ่าวไทย ซึ่งมีพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกัน คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 34,000 ตารางกิโลเมตร โดยฝ่ายกัมพูชาประกาศเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2515 ซึ่งวัดจากเส้นเขตแดนทางบกที่มาจรดริมทะเลตามที่ปรากฏในแผนที่ฝรั่งเศส โดยลากเส้นไหล่ทวีปพาดผ่านยอดเขาสูงสุดของเกาะกูดของไทย
      
       ขณะที่ฝ่ายไทยประกาศเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ.2516 โดยวัดจากเส้นเขตแดนทางบกที่จรดริมทะเลตามที่ปรากฏในแผนที่เดินเรืออังกฤษ หมายเลข 2414 โดยเส้นในช่วงแรกใช้แนวแบ่งครึ่งมุมระหว่างเกาะกูดของไทยกับเกาะกงของ กัมพูชา ส่วนเส้นช่วงที่เหลือเป็นเส้นแบ่งครึ่งทะเลระหว่างแนวเกาะของไทยกับกัมพูชา ซึ่งพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลดังกล่าวนั้นทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถ ตกลงกันได้
      
       และด้วยเหตุดังกล่าวทำให้พื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลกลายเป็น ปัญหาที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาต้องการครอบครอง และถูกนำไปเชื่อมโยงกับการนำ “ปราสาทพระวิหาร” ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก เพราะในการเป็นมรดกโลกนั้นจะต้องมีเขตพื้นที่กันชน ซึ่งเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า จะเข้ามาล่วงล้ำอธิปไตยของไทย

              3.กรณี MOU43 ของรัฐบาลนายชวนหลีกภัยมีผลต่อการจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างไร หากมีการนำมาใช้จะก่อให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนไทยกับกัมพูชาอย่างไร
นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีในยุคที่มีการเซ็น MOU ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เป็นคนเซ็นลงนามในหนังสือดังกล่าวร่วมกับ นายวาร์ คิม ฮง ที่ปรึกษารัฐบาลที่รับผิดชอบกิจการชายแดนของกัมพูชา นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ เลขาฯ นายกษิต ฯลฯ
ทั้งๆ ที่ความจริงก็คือ MOU ฉบับดังกล่าวเป็น MOU ซึ่งทำให้ไทยต้องสูญเสียอธิปไตยในผืนแผ่นดินของตัวเองด้วยการยอมรับแผนที่ มาตราส่วน 1 ต่อ 200,000 หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “ระวางดงรัก” หรือ ANNEX1 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนเป็นจำนวนมากโดยกินพื้นที่ตั้งแต่ อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ ตามขอบชายแดนตลอดไป จนถึงจันทบุรีและตราด
      
       ทั้งนี้ MOU 43 คือการร่วมกันดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรไทย กับราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้ ข้อ ก. อนุสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส แก้ไขเพิ่มเติมข้อบทแห่งสนธิสัญญาฉบับ ลงวันที่ 3 ตุลาคม รัตนโกสินทร์ศก 112 หรือปี ค.ศ.1893 ว่าด้วยดินแดนกับข้อตกลงอื่นๆ ฉบับลงนาม ณ กรุงปารีส เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทร์ศกปี 122 ปี ค.ศ. 1904  ข้อ ข. สนธิสัญญาระหว่างสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ ฝรั่งเศส ฉบับลงนาม ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 125 ปี ค.ศ. 1907 หรือว่า 2450 กับพิธีศาลว่าด้วยการปักปันเขตแดน แนบท้ายสนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก 125 หรือ ปี ค.ศ. 1907
      
       และข้อ ค. ซึ่งเป็นข้อที่สำคัญมากคือแผนที่ที่จัดทำตามผลงานของการปักปันเขตแดนของคณะ กรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามอนุสัญญาฉบับปี 1904 และสนธิสัญญาฉบับปี 1907 กับเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้อนุสัญญาปี ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญาฉบับ 1907 ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส
       สรุปสาระสำคัญของข้อ ค. คือให้ใช้แผนที่ของฝรั่งเศส
ก่อให้เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับชายแดนไทยกับกัมพูชาอย่างไร
       สำหรับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจาก MOU 43 นั้น ต้องบอกว่าเหลือคณานับ เช่น  ประชาชนชาวไทยที่ลงทุนปลูกยางพาราและคนไทยที่ทำกินอยู่ในระแวกนั้นต้องศูนย์เสียที่อยู่ที่ทำกินอย่างถาวรเกิดเป็นปัญหาการจัดสรรที่อยู่ใหม่ปัญหาสังคมตามมา  แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องอธิปไตยเหนือดินแดนไทยที่จะต้อง เปลี่ยนไปถึงขั้นต้องตีพิมพ์แผนที่ประเทศไทยใหม่กันทีเดียว
              4. กรณี คนไทย 7 คน ประกอบด้วย สส.พรรคประชาธิปัตย์  (นายพนิต)  ประชาชนหัวใจรักชาติ (นายวีระ สมความคิด นายแซมดิน  นายตายแน่  มุ่งมาจนและผู้ติดตามผู้หญิงอีก 2 ท่าน) ร่วมกับสส.ไปตรวจพื้นที่ที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ในการแบ่งเขตพื้นที่ชายแดน และถูกทหารกับพูชากับจับหรือลักพาตัวไปขึ้นศาลประเทศกัมพูชาในฐานะที่นักศึกษาเรียนวิชาสังคม จะนำความรู้มาอธิบายให้นักเรียนของท่านได้รับรู้ข้อมูลอย่างไร  โปรดสรุปและแสดงความคิดเห็น
เขมรกล่าวหาว่าคนไทยล้ำแดนเขมรแต่รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยก็รีบรับมุกเลย ว่าเราล้ำแดนจริง วันแรกบอกว่าล้ำแดนไป 1.2 กม. วันที่ 2 แก้ข่าวใหม่ เป็น 55 เมตร  เป็น 8 เมตรทำไมไม่ศึกษาให้ดีก่อนให้ข่าวกันอย่างไร แค่ล้ำแดนหรือไม่ล้ำแดน มันเรื่องธรรมดาทำไม ต้องขึ้นศาลเขมรด้วย  มันไม่จำเป็นเลย  เศร้าจริง ๆ ที่เจ้าหน้าที่รัฐก็ได้แต่ย้ำว่า ไทยเราผิดเอง เท่านั้น  การให้การแบบนี้  มันช่วยคนไทย 7 คน หรือทำให้ติดคุกกันแน่ ทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้วกระมัง
            ในความคิดของผมคิดว่าทำไมต้องยอมรับด้วยในเมื่อที่ตรงนั้นอยู่ในระหว่างข้อพิพากษ์รัฐบาลมีนัยยะอะไรแฝงอยู่หรือเปล่าเรื่องนี้มันชักยังไงอยู่หรือเป็นกลอุบายในการต่อสู้เรียกดินแดนมาเป็นของไทย หรือว่ารัฐบาลชุดนี้ความสามารถไม่ถึงกันแน่
         
อ้างอิง
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ประวิตรลั่นมีแผนรับมือหากชายแดนไทย-เขมรเดือด คมชัดลึก
http://www.navy22.com/smf/index.php?topic=1



วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2554

กิจกรรมที่ 9

สรุปประเด็นสำคัญในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน
ในการจัดการเรียนการสอนในระบบใดก็ตาม บทบาทหน้าที่หลักของผู้สอนไม่แตกต่างกัน ตั้งแต่การออกแบบระบบการเรียนการสอน การเตรียมเนื้อหา การเลือก/ผลิตสื่อ การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสร้างบรรยาศในชั้นเรียน การสร้างปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน-ผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนด้วยกันเองการวัดและประเมินผล แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ เทคนิค และวิธีดำเนินการแต่ละขั้นตอนที่จะต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการเรียนการสอน ที่แตกต่างกันในแต่ละระบบของบทบาทผู้เรียน
ในระบบอีเลิร์นนิงแต่ละคน
1.วางแผนในการเรียน การทำกิจกรรม
2.สร้างแรงจูงใจภายในและหมั่นให้กำลังใจตนเอง
3.สร้างทัศนคติที่ดีในการเรียน
4.ค้นหาแบบการเรียนของตนเอง
5.ฝึกทักษะต่างๆ
6.เปิดใจให้กว้าง 

อาชีพครูต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ครูมืออาชีพต้องมีคุณภาพการสอน
                สิ่งที่ครูมืออาชีพควรตระหนักเป็นอย่างยิ่งก็คือ “คุณภาพการสอน” ซึ่งเป็นความสามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกคน
                ครูมืออาชีพ จึงต้องมีความสามารถต่อไปนี้
                1. สามารถประยุกต์ใช้ยุทธศาสตร์ และการจัดระบบ ได้อย่างเหมาะสมกับการเรียนรู้และความต้องการทางการศึกษาของผู้เรียน สภาพแวดล้อมของโรงเรียนและสาระการเรียนรู้ที่สอน
                2. สามารถติดตามการเรียนรู้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ใช้ข้อมูลย้อนกลับเพื่อวางแผนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่มและเป็นชั้น
                3. ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างอิสระ ฝึกการใช้ภาษา คาดหวังให้ผู้เรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้
                4. พัฒนาความสัมพันธ์เชิงจรรยาบรรณ  บนพื้นฐานทักษะการสื่อสารที่ดีให้การยอมรับผู้เรียนทุกคน และคาดหวังจะได้รับการยอมรับจากผู้เรียน
                5. มีความรู้ที่ทันสมัย และสนับสนุนข้อคิดเห็นที่มีต่อหลักสูตรอย่างกระตือรือร้น
                6. เชื่อความสามารถในการเรียนของผู้เรียนทุกคน คาดหวังว่าผู้เรียนทุกคนเรียนรู้และส่งความคาดหวังนี้ไปยังแต่ละบุคคล โรงเรียนและชุมชน
                7. กระตือรือร้นในการฝึกผู้เรียนเข้าสู่ประสบการณ์แห่งการเรียนรู้เรื่องที่ผู้เรียนเห็นว่ามีความสำคัญต่อชี
                8. ช่วยให้ผู้เรียนสามารถสร้างความเชื่อมโยง เข้าใจความสัมพันธ์ทั้งภายในและระหว่างสาระการเรียนรู้
ครูสอนดีต้องมีหลักในการสอน
การสอนที่ดีและมีคุณภาพย่อมต้องคำนึงถึงหลักสำคัญ ๆ 20 ประการ ดังนี้
1.       ศึกษาหลักสูตรให้กระจ่าง
2.       วางแผนการสอนอย่างดี
3.       มีกิจกรรม/ทำอุปกรณ์
4.       สอนจากง่ายไปหายาก
5.       วิธีสอนหลากหลายชนิด
6.       สอนให้คิดมากกว่าจำ
7.       สอนให้ทำมากกว่าท่อง
8.       แคล่วคล่องเรื่องสื่อสาร
9.       ต้องชำนาญการจูงใจ
10.    อย่าลืมใช้จิตวิทยา
11.    ต้องพัฒนาอารมณ์ขัน
12.    ต้องผูกพันห่วงหาศิษย์
13.    เฝ้าตามติดพฤติกรรม
14.    อย่าทำตัวเป็นทรราช
15.    สร้างบรรยากาศไม่น่ากลัว
16.    ประพฤติตัวตามที่สอน
17.    อย่าตัดรอนกำลังใจ
18.    ให้เทคนิคการประเมิน
19.    ผู้เรียนเพลินมีความสุข
20.    ครูสนุกกับการเรียน



        แต่โดยสรุปแล้ว การทำให้เกิดแก่นักศึกษาควรปฏิบัติตนดังต่อไปนี้...
1. ตั้งใจศึกษากระบวนการเรียนรู้และ วิธีการสอนที่หลากหลาย จากอาจารย์ผู้สอนแต่ละท่าน
2. มีความเสียสละ อดทน ต่อการเรียนและทำงาน 
3. รับผิดชอบในการงานทุกอย่างชั้นเรียนทุกอย่างอย่างเสมอต้นเสมอปลายเพื่อฝึกลักษณะที่ดี
4. รู้จักการทำงานแบบธรรมาภิบาล  มีส่วนร่วมกับทุกฝ่ายในโรงเรียน
5.หมั่นหาความรู้ข้อมูลใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ